ITO Thailand Hygiene Blog

Aug 20 2026

10 จุดเสี่ยงที่ควรตรวจสอบ เพื่อป้องกันปัญหาสัตว์พาหะในโรงงานอาหาร

10 จุดเสี่ยงที่ควรตรวจสอบ เพื่อป้องกันปัญหาสัตว์พาหะในโรงงานอาหาร

            การกำจัดสัตว์พาหะในโรงงานอาหาร ไม่ได้หมายถึงเพียงการฉีดพ่นสารเคมีเพื่อกำจัดสัตว์พาหะเมื่อพบการระบาดเท่านั้น แต่ควรเริ่มตั้งแต่การป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ การจัดการสัตว์พาหะแบบบูรณาการ (Integrated Pest Management: IPM)

            แนวทาง IPM มุ่งเน้นการลดปัจจัยที่เอื้อต่อการเข้ามาอยู่อาศัยและการแพร่ขยายของสัตว์พาหะ โดยผสมผสานมาตรการหลายด้านเข้าด้วยกัน ได้แก่ การดูแลด้านสุขาภิบาล (Sanitation) การใช้วิธีกล (Mechanical Control) การใช้วิธีกายภาพ (Physical Control) การใช้วิธีชีววิทยา (Biological Control) และเลือกใช้สารเคมี (Chemical Control) เมื่อมีความจำเป็นและเหมาะสม เป็นลำดับท้ายของการควบคุม [1]

            นอกจากนี้ ระบบ IPM ที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วยการตรวจติดตาม (Monitoring) การวิเคราะห์แนวโน้มการพบสัตว์พาหะ การประเมินประสิทธิผลของมาตรการที่ใช้ และการปรับปรุงแผนการควบคุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถป้องกันการระบาดได้อย่างยั่งยืน และลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของอาหาร

            เนื่องจากการจัดการปัญหาสัตว์พาหะ ควรเริ่มตั้งแต่การจัดการการป้องกันตั้งแต่แรก ทางอิโตะ (ไทยแลนด์) จึงได้รวบรวม Checklist 10 จุดเสี่ยง ที่โรงงานอาหารควรตรวจสอบเป็นประจำ เพื่อช่วยในการป้องกันสัตว์พาหะ เช่น มด แมลงสาบ หนู ปลวก ยุง และแมลงบิน รวมถึงข้อแนะนำในการดูแลพื้นที่

1.Floor Drain และท่อระบายน้ำ

            Floor Drain เป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงที่พบปัญหาสัตว์พาหะบ่อยที่สุดในโรงงานอาหาร เนื่องจากมีความชื้นสูง มีเศษอินทรียวัตถุสะสม และเชื่อมต่อกับระบบระบายน้ำภายนอก จึงเป็นแหล่งอาศัยของแมลงสาบ แมลงหวี่ แมลงวันท่อ รวมถึงมดบางชนิด หากละเลยการดูแล แมลงอาจเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่ผลิตได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบคราบสกปรก น้ำขัง ความสมบูรณ์ของฝาท่อ และติดตั้งตะแกรงป้องกันแมลง พร้อมทำความสะอาดตามรอบที่กำหนด หากพบการสะสมของแมลง ควรจัดการให้เร็วที่สุด

2.จุดพักขยะ

            พื้นที่พักขยะเป็นแหล่งสะสมเศษอาหาร กลิ่น และความชื้น ซึ่งดึงดูดมด แมลงวัน แมลงสาบ และหนู หากอยู่ใกล้พื้นที่ผลิตหรือไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสม สัตว์พาหะสามารถแพร่กระจายเข้าสู่โรงงานได้อย่างรวดเร็ว จึงควรแยกจุดพักขยะออกจากพื้นที่ผลิต ใช้ถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด กำหนดรอบการนำขยะออกและทำความสะอาดพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงตรวจสอบไม่ให้มีเศษขยะตกค้างบริเวณโดยรอบ

3.ประตูคลังสินค้าและจุดโหลดสินค้า

            การเปิดประตูรับ-ส่งสินค้าเป็นประจำ ทำให้แมลงบิน นก และหนูมีโอกาสเข้าสู่อาคารได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่มีแสงไฟล่อแมลง หรือระหว่างการขนถ่ายสินค้าที่ประตูเปิดค้างไว้เป็นเวลานาน จึงควรลดระยะเวลาการเปิดประตูให้น้อยที่สุด อาจเพิ่มการติดตั้งประตูความเร็วสูง (High Speed    Door) หรือม่านกันแมลงในจุดที่เหมาะสม และตรวจสอบความสมบูรณ์ของซีลประตูอยู่เสมอ เพื่อช่วยลดโอกาสการเข้าสู่พื้นที่ผลิตของสัตว์พาหะ

4.ช่องเปิดบริเวณจุดเชื่อมเข้าออกอาคาร

            ช่องว่างรอบท่อแอร์ ท่อน้ำ สายไฟ สายสัญญาณ หรือสายพานที่ทะลุผ่านผนัง มักเกิดขึ้นหลังการติดตั้งหรือซ่อมบำรุง แม้เป็นช่องเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ก็อาจกลายเป็นเส้นทางเข้าของหนู แมลงสาบ และมดได้ ควรตรวจสอบทุกจุดที่มีการทะลุผ่านผนังหรือพื้นเป็นประจำอย่างละเอียด และอุดช่องเปิดด้วยวัสดุที่เหมาะสม เพื่อป้องกันสัตว์พาหะและช่วยรักษาความสมบูรณ์ของโครงสร้างอาคาร

5.จุดชำรุดของโครงสร้างอาคาร

            รอยแตกร้าวของพื้นและผนัง ซิลิโคนหรือซีลยางที่เสื่อมสภาพ รวมถึงรอยต่อที่หลุดล่อน ล้วนเป็นจุดที่สัตว์พาหะใช้เป็นทางเข้าและที่หลบซ่อน อีกทั้งยังทำให้ความชื้นและสิ่งสกปรกสะสมได้ง่าย ควรมีการสำรวจสภาพอาคารเป็นประจำ ซ่อมแซมรอยแตกร้าว เปลี่ยนซีลที่ชำรุด และอุดรอยต่อที่เกิดช่องว่าง เพื่อลดความเสี่ยงด้านสัตว์พาหะและรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร

6.ซอกหลังตู้และมุมอับ

            พื้นที่หลังตู้ไฟ หลังเครื่องจักร หรือมุมอับที่เข้าถึงได้ยาก มักสะสมฝุ่น เศษวัตถุดิบ และคราบสกปรก จึงกลายเป็นแหล่งหลบซ่อนของแมลงสาบ มด และสัตว์พาหะอื่น โดยเฉพาะหากไม่มีการทำความสะอาดเป็นเวลานาน ควรกำหนดรอบการทำความสะอาดเชิงลึก (Deep Cleaning) สำหรับพื้นที่อับอย่างสม่ำเสมอ พร้อมตรวจหาร่องรอยของสัตว์พาหะ เช่น มูล คราบ หรือรัง เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

7.โครงสร้างโลหะ

            โครงเหล็ก เหล็กกล่อง และรอยเชื่อมของโครงสร้างอาจมีซอกมุม ท่อกลวง หรือรอยผุที่มองเห็นได้ยาก ซึ่งสามารถเป็นที่หลบซ่อนหรือเส้นทางเคลื่อนที่ของแมลงและสัตว์พาหะได้ รวมทั้งเป็นจุดสะสมฝุ่นที่ทำความสะอาดได้ยาก ควรตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ ปิดปลายเหล็กกล่อง ซ่อมแซมรอยผุ และลดช่องว่างที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยลดพื้นที่อาศัยของสัตว์พาหะและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด

8.ลอนลูกฟูกและโครงสร้างหลังคา

            ลอนหลังคา คาน และโครงสร้างแนวระนาบ เป็นจุดที่นกนิยมเกาะพักและทำรัง หากปล่อยไว้ มูลนก ขนนก และเศษวัสดุจากรังอาจตกลงสู่พื้นที่ผลิต ส่งผลต่อสุขลักษณะและความปลอดภัยของอาหาร ควรลดพื้นที่ที่นกสามารถเกาะได้ ติดตั้งตาข่ายหรืออุปกรณ์ป้องกันนกในจุดที่เหมาะสม และตรวจสอบหลังคาเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของมูลนกและลดความเสี่ยงจากสัตว์พาหะ

9.พื้นที่เก็บวัตถุดิบและคลังสินค้า

            กองพาเลท กล่องกระดาษ และวัสดุที่วางชิดผนัง เป็นแหล่งหลบซ่อนของหนู แมลงสาบ และแมลงคลาน อีกทั้งยังทำให้การตรวจสอบและทำความสะอาดทำได้ยาก หากไม่มีการจัดเก็บที่เป็นระเบียบ ปัญหาสัตว์พาหะอาจลุกลามโดยไม่สังเกตเห็น แนะนำให้จัดเก็บสินค้าโดยเว้นระยะห่างจากผนัง ยกสินค้าสูงจากพื้น หมุนเวียนสินค้าแบบ FIFO และตรวจหาร่องรอยสัตว์พาหะเป็นประจำ

10.พื้นที่ภายนอกอาคาร

            สภาพแวดล้อมภายนอกอาคารมีผลโดยตรงต่อการเกิดสัตว์พาหะภายในโรงงาน พื้นที่สีเขียว ต้นไม้ โรงอาหาร หรือจุดที่มีน้ำขังและเศษอาหาร ล้วนเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งอาหารของมด แมลง หนู และยุง ซึ่งสามารถเคลื่อนเข้าสู่อาคารได้ ควรดูแลภูมิทัศน์ให้สะอาด ตัดแต่งต้นไม้ไม่ให้สัมผัสอาคาร กำจัดแหล่งน้ำขัง จัดการเศษอาหารและขยะอย่างเหมาะสม รวมถึงตรวจสอบพื้นที่ภายนอกควบคู่กับพื้นที่ผลิต เพื่อให้การป้องกันสัตว์พาหะครอบคลุมทั้งโรงงาน

            หากท่านกำลังมองหา บริการ Pest Control สำหรับโรงงานอาหาร หรือต้องการคำแนะนำด้านการป้องกันสัตว์พาหะตามหลัก Integrated Pest Management (IPM) ทีมงานอิโตะ (ไทยแลนด์) พร้อมให้คำปรึกษา สำรวจจุดเสี่ยง และวางแนวทางควบคุมที่เหมาะสมกับพื้นที่ของท่าน ติดต่อเราที่นี่

เอกสารอ้างอิง

1.https://nlac.mahidol.ac.th/nlac_th/wp-content/uploads/2021/01/pest-control-001.pdf

Related Post