ITO Thailand Hygiene Blog
แก้ปัญหาคุณภาพอาหารแห้ง ด้วยเทคโนโลยี Heat pump dryer
แก้ปัญหาคุณภาพอาหารแห้ง ด้วยเทคโนโลยี Heat pump dryer
การทำแห้งอาหาร เป็นหนึ่งในวิธีการถนอมอาหารที่ทำกันมาแต่โบราณ โดยนอกจากจะมีจุดประสงค์เพื่อลดความชื้นในอาหาร เพื่อยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้อาหารเสีย และการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์แล้ว ยังลดน้ำหนักในการขนส่งและพื้นที่ในการเก็บรักษาอาหารอีกด้วย ในปัจจุบัน อาหารแห้ง สามารถพบได้ในแทบทุกหมวดของธุรกิจอาหาร ทั้ง เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผักผลไม้ ธัญพืช อาหารแปรรูป ขนม ไปจนถึงอาหารสัตว์
วิธีในการทำแห้งที่นิยมในวิถีดั้งเดิม คือการตากแห้งด้วยแสงแดด โดยอาศัยความร้อนทำให้น้ำในอาหารระเหย วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายในครัวเรือน และไม่ต้องมีการลงทุน ซึ่งมักพบปัญหาเหล่านี้ได้บ่อย
•ความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากต้องใช้ในการพลิกกลับอาหารให้แห้งเสมอกัน ซึ่งบางครั้งทำได้ไม่ทั่วถึง ทำให้อาหารบางส่วนไม่แห้งเต็มที่ หรือบางส่วนแห้งเกินไป
•ปัญหาการปนเปื้อนฝุ่นและสิ่งสกปรกจากอากาศและสภาพแวดล้อม
•การอาศัยธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้อย่างแสงแดดและความชื้นในอากาศ
•ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสี กลิ่น เนื้อสัมผัส สารอาหาร และคุณภาพของอาหาร เนื่องจากอาหารสัมผัสทั้ง แสงและอากาศเป็นเวลานานอย่างควบคุมไม่ได้ ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี เช่น การเกิดกลิ่นหืน สารสลายตัวของวิตามิน การระเหยของสารให้กลิ่น การเปลี่ยนแปลงสี เป็นต้น
ปัญหาเหล่านี้ ได้ทะยอยถูกพัฒนาแก้ไขปรับปรุง เช่น การจัดทำโรงเรือน หรือระบบการตากแห้งที่เป็นสัดส่วน ลดการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นำไปสู่การอบแห้งด้วยตู้อบลมร้อน ที่ใช้หลักการให้ความร้อนกับอากาศด้วยฮีตเตอร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพของการระเหยน้ำออกจากอาหาร และระบายความชื้นออกในรูปแบบไอน้ำ
ข้อดี-ข้อจำกัดของการอบด้วยตู้อบลมร้อน
•สามารถควบคุมอัตราการทำแห้งได้สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพสูงกว่าการตากแดด
•ลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีโอกาสปนเปื้อนจากอากาศบางส่วน เนื่องจากมีการรับอากาศจากภายนอกเข้ามา
•อัตราการทำแห้ง ขึ้นกับความชื้นในอากาศ เช่น ถ้าวันฝนตก ความชื้นในอากาศมีมาก พื้นที่ให้น้ำในอาหารระเหยออกมาก็น้อยลง ทำให้การทำแห้งในแต่ละวันแตกต่างกัน
•มีปัญหาความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ บริเวณที่ใกล้จุดทำลมร้อน มักจะได้รับอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณอื่น ต้องมีการสลับถาดหรือเกลี่ยให้ได้ความร้อนสม่ำเสมอขึ้น
•อาหารต้องสัมผัสความร้อนสูง ทำให้ส่งผลต่อคุณภาพ เช่น โปรตีนเสียสภาพ เกิดเปลือกแห้งแข็งภายนอก หดตัว เสียคุณค่าทางโภชนาการ การระเหยของกลิ่นรส อาหารมีสีคล้ำ เป็นต้น
•มีค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและพลังงานในการเดินระบบ
•มีการระบายลมร้อนและความชื้นออกจากตู้อบ ทำให้เสียพลังงาน และส่งผลต่ออุณหภูมิโดยรวมของห้องและสร้างภาระให้ระบบปรับอากาศของพื้นที่
เทคโนโลยี Heat Pump Dryer ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการอบแห้งที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและการใช้พลังงานสูง ซึ่งใช้หลักการควบแน่นไอน้ำออกจากอากาศภายในตู้อบ โดยอาศัยคอยล์เย็นในการควบแน่นไอน้ำในอากาศให้กลายเป็นหยดน้ำและระบายออกจากระบบ ลักษณะการเกิดน้ำคล้ายกับการระบายน้ำทิ้งของเครื่องปรับอากาศ
เมื่อความชื้นถูกกำจัดออกอย่างต่อเนื่อง อากาศที่หมุนเวียนกลับเข้าสู่ห้องอบจะมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำอยู่เสมอ ส่งผลให้สามารถดึงความชื้นออกจากผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศภายนอก อีกทั้งยังช่วยควบคุมอุณหภูมิและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ดีกว่าระบบอบแห้งแบบทั่วไป
ข้อดี-ข้อจำกัดของการทำแห้งด้วยระบบ Heat Pump
•ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผลิตภัณฑ์มีอัตราการทำแห้งที่สม่ำเสมอมากขึ้น ลดความจำเป็นในการกลับหรือสลับถาด และช่วยให้สามารถควบคุมกระบวนการผลิตให้ทำซ้ำได้ง่าย
•การนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ซ้ำ จึงช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการอบแห้ง
•สามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ดี ทั้งสี กลิ่น รสชาติ สารสำคัญ คุณค่าทางโภชนาการ และเนื้อสัมผัส เนื่องจากสามารถทำแห้งภายใต้อุณหภูมิที่ไม่สูงมากและใช้อากาศที่มีความชื้นต่ำในการดึงความชื้นออกจากผลิตภัณฑ์
•ลดภาระระบบปรับอากาศในโรงงานกว่าระบบอบแห้งด้วยลมร้อน เนื่องจากมีการปล่อยความร้อนและความชื้นออกสู่อากาศน้อยกว่า
•เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ไวต่อความร้อน เช่น ผลไม้ สมุนไพร อาหารสุขภาพ และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
•มีข้อจำกัดด้านเงินลงทุนเริ่มต้นที่สูงกว่าระบบอบแห้งทั่วไป แต่สามารถลดต้นทุนด้านพลังงานและค่าใช้จ่ายในการผลิตได้ในระยะยาว
•ประสิทธิภาพของระบบขึ้นอยู่กับการออกแบบกระบวนการอบให้เหมาะสมกับชนิดของผลิตภัณฑ์ ปริมาณการผลิต และสภาวะการทำแห้งที่ต้องการ
Heat Pump Dryer เป็นอีกทางเลือกสำหรับการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว หากต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกและออกแบบระบบที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ของคุณ สามารถติดต่อทีมงานของเราได้ ที่นี่
Related Post
-
โซลูชันท้ายไลน์อัตโนมัติสำหรับโรงงานอาหารและยา
ในอุตสาหกรรมอาหารและยา ขั้นตอนในส่วนท้ายของไลน์ ที่เรียกว่า End of line ตั้งแต่การบรรจุ ไปจนถึงก่อนขั้นตอนการขนส่งไปยังสถานที่เก็บสินค้า เป็นหนึ่งในจุดสำคัญหรือจุดวิกฤต (Critical point) ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตโดยรวม และคุณภาพของวัตถุดิบ ทั้งความถูกต้องในการบรรจุ ขั้นตอนการตรวจสอบสิ่งปนเปื้อน ปัญหาแรงงานในการบรรจุและความต่อเนื่อง ที่อาจทำให้เป็นจุดคอขวดในสายการผลิตได้บ่อยครั้ง
-
7 จุดเสี่ยงสัตว์พาหะในอุตสาหกรรมอาหารที่มักมองข้าม
จากประสบการณ์ของทีมงานที่ให้บริการ pest control สำหรับโรงงานอาหารและร้านอาหาร สาเหตุหลักมักไม่ใช่เกิดจากการไม่กำจัด แต่เป็นเพราะยังมีจุดเสี่ยงที่ไม่ได้ถูกควบคุมอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญคือ ในบางปัญหา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในภายหลัง และถูกละเลย
-
5 แอปพลิเคชันยอดฮิตของหุ่นยนต์แขนกล (Robot Arm)
หุ่นยนต์แขนกล หรือ Robot Arm คือเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบให้สามารถทำงานจำลองการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการหยิบ จับ ยก หรือประกอบชิ้นงาน หุ่นยนต์ประเภทนี้จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของ ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม (Industrial Automation) ยุคใหม่ โดยหุ่นยนต์แขนกลสามารถทำงานซ้ำ ๆ ได้โดยไม่รู้จักเหนื่อย
-
ยกระดับจุดโหลดสินค้าในคลังด้วย Telescopic Conveyor
Telescopic Conveyor ช่วยให้การโหลดสินค้าเข้ารถบรรทุกรวดเร็ว ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อสินค้าและพนักงาน พร้อมรองรับระบบอัตโนมัติในอนาคต
-
จุดโหลดสินค้า (Loading dock): หนึ่งใน Critical Point ที่มักถูกมองข้าม
ในบล็อกที่แล้ว เราได้กล่าวถึงระบบการจัดการคลังสินค้าอัจฉริยะ รวมถึงโซลูชันต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยให้คลังสินค้ามีความเป็นระเบียบและจัดการง่ายขึ้น เช่น Mobile Rack, AGV, AMR รวมไปถึงระบบ WMS (Warehouse Management System) อย่างไรก็ตาม หลังจากกระบวนการจัดการและเบิกจ่ายสินค้าไปเพื่อขนส่งแล้ว “จุดโหลดสินค้า (Loading Dock)” ก็ถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีผลโดยตรงต่อ ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และคุณภาพสินค้า ที่จะส่งถึงมือลูกค้า และมักเป็นจุดที่พบปัญหาได้บ่อย และรวมถึงการรับวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานด้วยเช่นกัน
-
Preventive Hygiene แนวทางควบคุมการปนเปื้อนเพื่อรักษาเสถียรภาพของสารสำคัญ
Preventive Hygiene แนวทางควบคุมการปนเปื้อนเพื่อรักษาเสถียรภาพของสารสำคัญ จากบทความก่อนหน้านี้ เราได้ทราบถึงผลของสิ่งแวดล้อม ต่อความเสถียรของสารสำคัญ ทั้ง สารอาหาร สารฟังก์ชัน และสารออกฤทธิ์ โดยเราไม่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงด้วยตา แต่ส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพด้านสุขภาพ ความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ และอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์


