ITO Thailand Hygiene Blog
ก่อนเลือกเครื่องอบ Heat Pump ต้องรู้อะไรบ้าง? รวมคำถามที่พบบ่อยก่อนเลือกเครื่องอบอาหารแห้งอุตสาหกรรม
Heat Pump Dryer เหมาะกับอาหารประเภทใด?
ระบบ Heat Pump เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการควบคุมคุณภาพและรักษาคุณค่าของอาหาร เช่น
•เนื้อแห้งและเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น หมูแดดเดียว เนื้อแดดเดียว ไส้กรอก กุนเชียง
•อาหารทะเลแห้ง เช่น ปลาแห้ง กุ้งแห้ง
•ชาและสมุนไพร เช่น ชาใบหม่อน ชาดอกกุหลาบ ชาดอกเก๊กฮวย ชาสมุนไพร
•เครื่องเทศ เช่น พริกแห้ง กะเพราอบแห้ง ผักชีอบแห้ง ขิงอบแห้ง
•ผักอบแห้ง เช่น บล็อกโคลีอบแห้ง ฟักทองอบแห้ง แครอทอบแห้ง
•ผลไม้อบแห้ง เช่น มะม่วงอบแห้ง กล้วยอบแห้ง สตอร์เบอรีอบแห้ง
•อาหารสัตว์และขนมสัตว์เลี้ยง เช่น ขนมขบเคี้ยวชนิดแท่ง หูสัตว์อบแห้ง กีบเท้า
•ผลิตภัณฑ์สุขภาพและวัตถุดิบมูลค่าสูง เช่น ยาสมุนไพรจีน
•อาหารอื่น ๆ เช่น เยลลี่กัมมี่ ถั่วอบแห้ง ธัญพืชอบแห้ง แมลงอบแห้ง
เครื่องอบระบบ Heat Pump Dryer ไม่เหมาะกับใคร?
•ผู้ที่ต้องการอบอาหารที่อุณหภูมิสูงเกิน 80°C – 100°C ขึ้นไป: เช่น การคั่วเมล็ดกาแฟ การอบขนมปังที่ต้องการเนื้อสัมผัสกรอบเกรียมและสีน้ำตาลเข้มจากปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard Reaction) การเคี่ยวน้ำตาลทำคาราเมล หรือกระบวนการที่ต้องการความร้อนสูงเพื่อฆ่าสปอร์ของจุลินทรีย์บางชนิด เนื่องจากระบบปั๊มความร้อนเน้นการดึงความชื้นออกที่อุณหภูมิต่ำถึงปานกลางเพื่อรักษาคุณภาพวัตถุดิบ จึงไม่สามารถทำอุณหภูมิสูงจัดในระดับนั้นได้
เครื่องอบระบบ Heat Pump Dryer ต่างจากตู้อบลมร้อนทั่วไปอย่างไร
ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่
สำหรับ SME หรือ Start-up กำลังการผลิตขนาดเล็ก มีรุ่นเริ่มต้นรองรับไหม?
มีรุ่นเริ่มต้น เหมาะกับการทดลองอบสินค้าช่วง 20-100 กิโลกรัม แบ่งเป็นรุ่นมาตรฐานและรุ่นอุณหภูมิต่ำพิเศษ
เครื่องอบ Heat pump dryer กินไฟมากหรือไม่?
เครื่องอบรุ่นเริ่มต้น ใช้ไฟ 1.1 kW ใกล้เคียงกับเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU 1 ตัว
ต้องเตรียมระบบอะไรบ้างในการติดตั้ง Heat Pump Dryer?
การติดตั้งเครื่องอบ Heat Pump รุ่นเริ่มต้น สามารถเตรียมระบบพื้นฐานได้ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับทั้งโรงงานขนาดเล็ก (SME) และพื้นที่ทดลองผลิต (Pilot Scale) โดยมี 3 ส่วนหลักที่ต้องจัดเตรียมดังนี้:
•พื้นที่ติดตั้ง ควรเตรียมพื้นที่เรียบและแข็งแรงเพียงพอสำหรับวางเครื่อง โดยตัวเครื่องมีล้อเลื่อนในตัว ทำให้สามารถเข็นเคลื่อนย้ายได้สะดวก เหมาะสำหรับการจัดวางภายในโรงงาน ห้องปฏิบัติการ (Lab) หรือห้องผลิตอาหารที่ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนพื้นที่
•ระบบไฟฟ้า ตัวเครื่องใช้ระบบไฟฟ้ากระแสสลับ 220V แบบเฟสเดียว (Single-phase) หรือไฟบ้านปกติ โดยมีกำลังไฟฟ้าเข้า 1.1 kW (ใกล้เคียงกับเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU 1 ตัว) ทั้งนี้แนะนำให้เตรียมปลั๊กหรือเบรกเกอร์ที่มีระบบสายดินเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งานระยะยาว
•ระบบระบายน้ำทิ้ง (Condensate Water) เนื่องจากกระบวนการดึงความชื้นของปั๊มความร้อนจะกลั่นตัวน้ำออกมาจากอาหารตลอดเวลา หน้างานจึงต้องมีจุดระบายน้ำควบแน่น โดยผู้ประกอบการสามารถต่อท่อสายยางจากตัวเครื่องลงท่อระบายน้ำโดยตรง หรือต่อลงถังรองรับน้ำเพื่อความสะอาดของพื้นที่ผลิตได้ตามสะดวก
หากคุณเป็นผู้ประกอบการ SME, วิสาหกิจชุมชน หรือโรงงานผลิตอาหารที่กำลังต้องการพัฒนาระบบอบแห้ง สามารถติดต่อเราได้ทันที เราพร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบเครื่องที่เหมาะสมกับกำลังการผลิต และทดสอบกับผลิตภัณฑ์จริงของคุณ
Related Post
-
แก้ปัญหาคุณภาพอาหารแห้ง ด้วยเทคโนโลยี Heat pump dryer
การทำแห้งอาหาร เป็นหนึ่งในวิธีการถนอมอาหารที่ทำกันมาแต่โบราณ โดยนอกจากจะมีจุดประสงค์เพื่อลดความชื้นในอาหาร เพื่อยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้อาหารเสีย และการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์แล้ว ยังลดน้ำหนักในการขนส่งและพื้นที่ในการเก็บรักษาอาหารอีกด้วย ในปัจจุบัน อาหารแห้ง สามารถพบได้ในแทบทุกหมวดของธุรกิจอาหาร ทั้ง เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผักผลไม้ ธัญพืช อาหารแปรรูป ขนม ไปจนถึงอาหารสัตว์
-
โซลูชันท้ายไลน์อัตโนมัติสำหรับโรงงานอาหารและยา
ในอุตสาหกรรมอาหารและยา ขั้นตอนในส่วนท้ายของไลน์ ที่เรียกว่า End of line ตั้งแต่การบรรจุ ไปจนถึงก่อนขั้นตอนการขนส่งไปยังสถานที่เก็บสินค้า เป็นหนึ่งในจุดสำคัญหรือจุดวิกฤต (Critical point) ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการผลิตโดยรวม และคุณภาพของวัตถุดิบ ทั้งความถูกต้องในการบรรจุ ขั้นตอนการตรวจสอบสิ่งปนเปื้อน ปัญหาแรงงานในการบรรจุและความต่อเนื่อง ที่อาจทำให้เป็นจุดคอขวดในสายการผลิตได้บ่อยครั้ง
-
7 จุดเสี่ยงสัตว์พาหะในอุตสาหกรรมอาหารที่มักมองข้าม
จากประสบการณ์ของทีมงานที่ให้บริการ pest control สำหรับโรงงานอาหารและร้านอาหาร สาเหตุหลักมักไม่ใช่เกิดจากการไม่กำจัด แต่เป็นเพราะยังมีจุดเสี่ยงที่ไม่ได้ถูกควบคุมอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญคือ ในบางปัญหา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในภายหลัง และถูกละเลย
-
5 แอปพลิเคชันยอดฮิตของหุ่นยนต์แขนกล (Robot Arm)
หุ่นยนต์แขนกล หรือ Robot Arm คือเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบให้สามารถทำงานจำลองการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการหยิบ จับ ยก หรือประกอบชิ้นงาน หุ่นยนต์ประเภทนี้จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของ ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม (Industrial Automation) ยุคใหม่ โดยหุ่นยนต์แขนกลสามารถทำงานซ้ำ ๆ ได้โดยไม่รู้จักเหนื่อย
-
ยกระดับจุดโหลดสินค้าในคลังด้วย Telescopic Conveyor
Telescopic Conveyor ช่วยให้การโหลดสินค้าเข้ารถบรรทุกรวดเร็ว ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อสินค้าและพนักงาน พร้อมรองรับระบบอัตโนมัติในอนาคต
-
จุดโหลดสินค้า (Loading dock): หนึ่งใน Critical Point ที่มักถูกมองข้าม
ในบล็อกที่แล้ว เราได้กล่าวถึงระบบการจัดการคลังสินค้าอัจฉริยะ รวมถึงโซลูชันต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยให้คลังสินค้ามีความเป็นระเบียบและจัดการง่ายขึ้น เช่น Mobile Rack, AGV, AMR รวมไปถึงระบบ WMS (Warehouse Management System) อย่างไรก็ตาม หลังจากกระบวนการจัดการและเบิกจ่ายสินค้าไปเพื่อขนส่งแล้ว “จุดโหลดสินค้า (Loading Dock)” ก็ถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีผลโดยตรงต่อ ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และคุณภาพสินค้า ที่จะส่งถึงมือลูกค้า และมักเป็นจุดที่พบปัญหาได้บ่อย และรวมถึงการรับวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานด้วยเช่นกัน




