ITO Thailand Hygiene Blog
อัพไซเคิล (ตอนที่ 2): ตัวอย่างไอเดียและผลิตภัณฑ์อัพไซเคิล
Upcycle (II): Ideas and examples!
อัพไซเคิล (ตอนที่ 2): ตัวอย่างไอเดียและผลิตภัณฑ์อัพไซเคิล
เมื่อเราเรียนรู้หลักการแล้ว มาสำรวจไอเดียการอัพไซเคิลจริง ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารกันเถอะ
เพียงให้ความเข้าใจ!
ในบางครั้ง เพียงแค่การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับผู้บริโภค ก็สามารถช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่เดิมอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับนั้นมีมูลค่ามากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการผลิตใด ๆ เพิ่มเติม โดยมีองค์กรหลายที่ เช่น Imperfect Produce จากแคลิฟอร์เนีย และ Hungry Harvest จากแมรี่แลนด์ เข้ามาใช้จุดนี้ในการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยโจทย์คือ ในปัจจุบัน มีผลิตผลทางการเกษตรจำนวนมาก ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยที่เป็นไปตามมาตรฐาน แต่ถูกทิ้งเป็นขยะ เพียงเพราะว่ารูปลักษณ์หน้าตาไม่สมบูรณ์ตามความคาดหวังของผู้บริโภค ดังนั้น องค์กรเหล่านี้จึงเข้ามารณรงค์ ให้ชิวิตใหม่กับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มี”เสน่ห์เฉพาะตัว” (Produce with personality) สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย มีรสชาติปกติ และผู้บริโภคมีส่วนช่วยในการลดปริมาณขยะอาหารอีกด้วย [1]
เปลี่ยนรูปร่าง รสชาติคงเดิม!
นอกจากการสร้างความรับรู้แล้ว วัตถุดิบอาหารที่หน้าตาไม่สวยงาม อาจถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่รูปลักษณ์ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เช่น น้ำปั่น แยม ชิ้นผักผลไม้อบแห้ง ผงผักผลไม้ หรือแม้แต่การนำมาหมักเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยบางบริษัทได้ทำการตลาดโดยระบุว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ล้วนมาจากผลิตภัณฑ์ที่หน้าตาไม่เป็นที่ยอมรับ ตัวอย่างเช่นบริษัท Barnana [2] ที่ขายผลิตภัณฑ์ขนมที่ผลิตจากกล้วย ที่ไม่เป็นที่ยอมรับเนื่องจากลักษณะภายนอกไม่ดี หรือระดับความสุกไม่เหมาะสมกับการจำหน่าย เป็นต้น
เพิ่มคุณค่าให้เศษเหลือ!
ในบางครั้ง เศษเหลือใช้จากกระบวนการผลิตหนึ่ง สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์อื่น เช่น Pulp Pantry นำกากใยที่เหลือจากการคั้นน้ำผลไม้ มาผลิตขนมที่มีกากใยสูง [2] หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือ หลังจากกระบวนการผลิต plant based milk หรือนมจากพืชแล้วนั้น กากที่เหลือจากการสกัด สามารถนำไปผ่านกระบวนการผลิตเพื่อทำเป็นผงแป้งจากพืช ที่มีใยอาหารสูง มีคุณค่าทางโภชนาการและไม่มีกลูเตนได้
สกัดฟังก์ชันเพื่อนำมาใช้งาน!
ในบางครั้ง ของเสียจากกระบวนการผลิตยังคงมีสารฟังก์ชัน หรือสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเหลืออยู่มาก เช่น ในกระบวนการผลิตครีมและชีส ในส่วนของหางนมยังคงมีโปรตีนหลงเหลืออยู่ จึงถูกนำมาผ่านกระบวนการอัพไซเคิลเพื่อผลิตเป็นโปรตีนเวย์ชนิดผง เพื่อเป็นอาหารเสริม ที่เป็นที่ต้องการในกลุ่มนักกีฬาค่อนข้างมาก, ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากการประมง ส่วนที่เหลือจากการตัดแต่งวัตถุดิบอย่างหนังปลา สามารถนำมาผ่านกระบวนการย่อยและสกัดส่วนของโปรตีนคอลลาเจน เพื่อเป็นอาหารเสริมสำหรับความงามและสุขภาพของข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกาย เช่นเดียวกับในส่วนของเอ็นและกระดูกของสัตว์ สามารถนำมาสกัดทำเป็นผงเจลาติน แคปซูลสำหรับบรรจุยา และแคลเซียมในรูปแบบของอาหารเสริมได้, ส่วนของรำข้าวที่เหลือจากกระบวนการสีข้าวขาว สามารถนำมาสกัดน้ำมัน เป็นน้ำมันรำข้าว ที่ประกอบด้วยสารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของร่างกายอย่าง Gamma-oryzanol ได้เช่นกัน นอกจากนี้ สารให้สีธรรมชาติ อาจถูกสกัดมาจากส่วนเหลือใช้ของผักผลไม้ที่มีสีสัน เช่น เบต้าแคโรทีนจากเปลือกมะเขือเทศ กากแครอท เปลือกส้ม สับปะรด และแอนโทไซยานินจากกากองุ่น [3] พร้อมๆกับฟังก์ชันในการต้านอนุมูลอิสระของรงควัตถุเหล่านี้นั้นเอง
สารฟังก์ชันอื่น ๆ ที่มีการสกัดจากกากวัตถุดิบ อาทิเช่น เพคตินจากเปลือกส้ม, สารไคตินจากเปลือกสัตว์, เอนไซม์จากกาก/เปลือกผลไม้ และกรดอินทรีย์จากกาก/เปลือก ของผลไม้ เป็นต้น [3]
นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมที่มองว่าวัตถุดิบของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับการหมักจุลินทรีย์เพื่อผลิต Postbiotics เช่น กรดบิวทีริกและกรดวาเลริค ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมการหล่อเย็น การผลิตสารให้กลิ่นรส ตลอดจนการผลิตน้ำหอมและเครื่องสำอาง [4]
มองผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหาร
สารอินทรีย์ที่เป็นของเสีย/ของเหลือจากอุตสาหกรรมอาหาร สามารถนำมาเป็นโมโนเมอร์ (สารกลุ่มโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน) และสารเสริม (additives) (สารกลุ่ม แอนติออกซิแดนท์, ฟิลเลอร์, สารต้านจุลินทรีย์ ฯลฯ) สำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ไบโอพลาสติกสำหรับอาหารที่มีความยั่งยืน ลดการใช้พลาสติกจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไปพร้อม ๆ กับการลดขยะจากอุตสาหกรรมอาหารได้ [5]
ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง มีการนำของเหลือใช้/ของเสียจากอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพผิวมาเพิ่มมูลค่า [6] เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตาจากเศษอโวคาโด, น้ำมันจากกากผงกาแฟ, สารสกัดจากเปลือกเลมอน ฯลฯ
นับว่าเป็นคอนเซปท์ที่น่าสนใจ ทั้งในการช่วยเรื่องความยั่งยืนและเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ไปพร้อม ๆ กันด้วย เป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และช่วยโลกไปพร้อม ๆ กัน
ทางอิโตะ (ไทยแลนด์) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย
เอกสารอ้างอิง
2.https://www.realsimple.com/food-recipes/shopping-storing/food/upcycled-food-guide
3.Teigiserova, D. A., Hamelin, L., & Thomsen, M. (2019). Review of high-value food waste and food residues biorefineries with focus on unavoidable wastes from processing. Resources, Conservation and Recycling, 149, 413-426.
4.https://www.fooddive.com/news/bioveritas-fermented-upcycled-ingredients-65m/635068/
5.Duguma, H. T., Khule, P., McArdle, A., Fennell, K., & Almenar, E. (2023). Turning agricultural waste into packages for food: A literature review from origin to end-of-life. Food Packaging and Shelf Life, 40, 101166.
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S2214289423001436
6.Goyal, N., & Jerold, F. (2023). Biocosmetics: technological advances and future outlook. Environmental Science and Pollution Research, 30(10), 25148-25169.
https://link.springer.com/article/10.1007/s11356-021-17567-3?uid=69bad46b73
Related Post
-
อายุการเก็บไม่ได้ขึ้นกับสูตรเพียงอย่างเดียว: บทบาทของความสะอาดต่อสารสำคัญในกระบวนการผลิต
ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะ อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) อาหารเสริม (Dietary Supplement) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Healthcare) ไปจนถึงยาและเภสัชกรรม (Pharmaceutical) การดูแล ความสะอาด (Hygiene) ในพื้นที่ผลิตไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็น ปัจจัยทางเทคโนโลยี ที่ส่งผลโดยตรงต่อ เสถียรภาพ (Stability) และ ประสิทธิภาพ (Efficacy) ของ สารสำคัญ ในผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี สารอาหาร สารฟังก์ชัน หรือสารออกฤทธิ์ ซึ่ง ไม่ทนความร้อน ไม่ทนความชื้น และไวต่อการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สภาพแวดล้อมการผลิตจึงมีผลต่ออายุการเก็บ (Shelf Life) มากกว่าที่หลายคนคาดคิด
-
อัพเดทข่าวอาหารปลอดภัยในปี 2568
อาหารปลอดภัยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราไม่ควรมองข้าม และในปี 2568 ก็ยังคงมีเหตุการณ์สำคัญและการเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ บทความนี้จึงรวบรวมข่าวเด่นตลอดปี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผน และให้ผู้บริโภคได้ตระหนักและเลือกบริโภคอาหารอย่างปลอดภัยมากขึ้น
-
อัพเดทมาตรฐานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารในปี 2568
ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมอาหารต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรฐานและกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความสำคัญต่อทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า-ส่งออก ไปจนถึงผู้บริโภค บทความนี้จึงรวบรวม ไฮไลต์การปรับปรุงมาตรฐานอาหารที่สำคัญในปี 2568 เพื่อช่วยให้ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมสามารถติดตามทิศทางกฎระเบียบ และเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
-
5 เชื้อราที่พบบ่อย และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหาร
ประเทศไทยมีภูมิอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี (อุณหภูมิเฉลี่ย 25–35°C และความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 70%) ซึ่งเป็น สภาพแวดล้อมที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ โดยเฉพาะเชื้อรา จึงพบการปนเปื้อนของเชื้อราได้บ่อยครั้ง ทั้งในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น มุมอาคาร ระบบระบายอากาศไม่ดี และพื้นผิวที่สะสมความชื้น
-
Clean Label คืออะไร? ทำไมผู้บริโภคยุคใหม่ถึงใส่ใจฉลากอาหารมากขึ้น
ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จุดเริ่มต้นสำคัญมักเริ่มที่ "อาหาร" ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการลดการบริโภคอาหารแปรรูป (Processed Food) การเลือกอาหารที่มีฟังก์ชันเสริมสุขภาพ หรือการตรวจสอบ "ฉลากอาหาร" อย่างละเอียดก่อนซื้อ ความต้องการความโปร่งใส ความเข้าใจง่ายของรายชื่อวัตถุดิบ และการหลีกเลี่ยงสารเคมีเจือปน กลายเป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไป
-
ความสูญเปล่า 7 แบบในอุตสาหกรรมอาหาร (ตอนที่ 2)
หลังจากที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ 3 ความสูญเปล่าแรกจาก Lean Manufacturing ในตอนที่ 1 แล้ว ตอนนี้ถึงเวลามาทำความรู้จักกับความสูญเปล่าอีก 4 แบบ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของคุณ! มาดูกันว่าแต่ละข้อมีผลอย่างไรในอุตสาหกรรมอาหาร และเราจะปรับปรุงได้อย่างไรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน


