ITO Thailand Hygiene Blog
3 เรื่องควรรู้ เกี่ยวกับอุปกรณ์ออกแบบตามหลักสุขอนามัย (Hygienic Design equipment)
3 เรื่องควรรู้ เกี่ยวกับอุปกรณ์ออกแบบตามหลักสุขอนามัย (Hygienic Design equipment)
ในอุตสาหกรรมที่มีความเข้มงวดเรื่องความสะอาด เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ยา อาหารเสริม และเครื่องสำอาง การรักษาความสะอาดไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่การล้างหรือฆ่าเชื้อ แต่เริ่มตั้งแต่ การออกแบบพื้นที่และอุปกรณ์ แนวคิดนี้เรียกว่า hygienic designหรือการออกแบบอุปกรณ์ให้ถูกตามสุขลักษณะนั่นเอง ซึ่งรวมไปถึงการออกแบบอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์คลีนรูม ให้ถูกสุขลักษณะ ตั้งแต่ โต๊ะสแตนเลสโรงงานอาหาร, ชั้นวางรองเท้า, ที่แขวนรองเท้า, บ่อน้ำยาฆ่าเชื้อ ไปจนถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อให้ทำความสะอาดง่าย ลดความเสี่ยงการปนเปื้อน และสอดคล้องกับมาตรฐานและกฏหมาย โดยต้องใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การเลือกวัสดุ การเชื่อม ไปจนถึงการติดตั้งในพื้นที่จริง
การเลือกใช้ hygienic design equipment ตั้งแต่ต้นทางช่วยให้การทำความสะอาดง่าย ลดความเสี่ยงการปนเปื้อน เพิ่มอายุการใช้งานของอุปกรณ์ และทำให้โรงงานมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ดี
ไม่ใช่แค่คำแนะนำ แต่เป็นกฏหมาย
เรื่อง hygienic design นี้ ไม่ใช่แค่ข้อควรปฏิบัติ แต่ว่าในการตั้งโรงงานอาหาร จำเป็นต้องผ่านมาตรฐาน GMP420 ซึ่งหนึ่งในข้อกำหนด ได้ระบุถึง hygienic design สำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในโรงงาน โดยในหมวดที่ 2 ที่เกี่ยวกับ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต การทำความสะอาด และการบำรุงรักษา [1] ได้ระบุว่า เครื่องมือและอุปกรณ์ที่สัมผัสอาหาร ต้องมีการออกแบบที่ถูกสุขลักษณะ ไม่เป็นพิษ ไม่เป็นสนิม ทนการกัดกร่อน ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร รวมถึงออกแบบให้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้ง่าย ไม่มีซอกมุมหรือรอยเชื่อมต่อที่ทำความสะอาดยาก รวมถึงมีการระบุความสูงพื้นผิวที่ปฏิบัติงานด้วย ว่าต้องสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร หรือระดับที่ป้องกันการปนเปื้อนจากพื้นได้
นอกจาก GMP420 แล้ว มาตรฐานเกี่ยวกับ hygienic design ยังสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น European Hygienic Equipment Design Group (EHEDG) หรือ 3-A Sanitary Standards Inc. (3-A SSI)
ดังนั้นแล้ว เราจึงมี 3 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับการออกแบบที่ถูกสุขอนามัยมาฝากกันค่ะ
เรื่องที่ 1 ฟังก์ชันที่จำเป็น
การออกแบบต้องคำนึงถึงวิธีการทำความสะอาดที่เหมาะสม เพื่อเตรียมพื้นผิวให้ถูกฆ่าเชื้อได้อย่างเพียงพอ
[อ่านเพิ่มเติมเรื่องการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ] โดย EHEDG [2] ได้ระบุไว้ค่อนข้างละเอียด ซึ่งขอยกมาเพียงบางส่วน (ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ตามอ้างอิงที่ระบุไว้ท้ายบทความ)
•เลี่ยงพื้นผิวที่ขรุขระที่ทำความสะอาดได้ยาก เช่น ร่อง รูพรุน รอยแตก
•ความหยาบของพื้นผิว (Ra) ควรไม่เกิน 0.8 ไมโครเมตร ในกรณีเป็นพื้นผิวแสตนเลส
•ซีลและปะเก็นต้องออกแบบให้ไม่เกิดรอยแยกที่สะสมสิ่งสกปรก
•มุมภายในที่ต่ำกว่า 135 องศา ต้องมีรัศมีโค้งอย่างน้อย 3 มิลลิเมตร โดยหลีกเลี่ยงมุมแหลมหรือมุมฉาก (มุมที่ไม่เกิน 90 องศา)
•อุปกรณ์และท่อ ต้องสามารถระบายน้ำได้เอง (self-draining) หรือเดรนได้จากการเปิดวาล์ว,เป่าลม โดยลักษณะการ self-draining ต้องเลี่ยงพื้นแนวนอน แต่ต้องมีความลาดเอียงอย่างน้อย 3 องศา
•เชื่อมต่อด้วยการ welding แบบเรียบและต่อเนื่อง
เรื่องที่ 2 Hygienic design equipment ขึ้นอยู่กับลักษณะของไลน์ผลิต
การออกแบบอุปกรณ์ต้องพิจารณาลักษณะไลน์ผลิตและผลิตภัณฑ์ โดยอาหารที่ผลิตในไลน์ที่มีลักษณะเปียก หรือโซนที่มีความเปียกอยู่เสมอ มีการชะล้างบ่อย เช่น การชำแหละเนื้อสัตว์ เนื้อปลา ซอส หรือบริเวณบ่อน้ำยาฆ่าเชื้อ เป็นต้น ต้องใช้อุปกรณ์ที่ทนน้ำยาเคมีและความชื้น โดยในข้อ 5.2 ของ EHEDG (Third Edition) [2] แนะนำให้ใช้แสตนเลส เพื่อความทนทาน และราคาสมเหตุสมผล ในขณะที่อาหารที่ผลิตในโซนแห้ง เช่น อาหารผง เบเกอรี่ อาหารตากแห้ง อาจใช้โลหะอื่น ๆ เช่น mild steel และ anodised aluminium ได้
เรื่องที่ 3 ตัวอย่างอุปกรณ์ และรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบ
•โต๊ะเตรียมวัตถุดิบ แนะนำให้ใช้โต๊ะแสตนเลสที่ทนกรดและการกัดกร่อน ขอบและมุมโค้งมนองศามากกว่า 3 มิลลิเมตร มีความสูงอย่างน้อย 60 เซนติเมตร โครงสร้างเชื่อมปิดสนิท ป้องกันน้ำขัง พื้นผิวขัดเรียบมากกว่า 0.8 ไมโครเมตร ป้องกันการสะสมของเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรก
•ที่แขวนรองเท้าบูท สำหรับจัดเก็บให้เป็นระเบียบ วัสดุที่ใช้ ไม่เป็นรูพรุน และไม่แตกหัก (เช่น แสตนเลส) โครงสร้างไม่มีรอยแยก งานเชื่อมเรียบ ป้องกันการสะสมสิ่งสกปรก มุมการแขวนสามารถระบายความชื้นในรองเท้าได้ดี
•บ่อน้ำยาฆ่าเชื้อ ทำจากแสตนเลสหรือวัสดุที่ทนการกัดกร่อนและความชื้น ขอบมุมมีการทำมุมโค้งและพื้นผิวเรียบ การออกแบบรูระบายน้ำสามารถเดรนออกได้ดี ไม่เหลือแอ่งน้ำ รวมถึงสามารถรับน้ำหนักน้ำและคนในการเดินผ่านได้เพียงพอ
หากคุณกำลังต้องการปรับปรุงโซนสุขอนามัยและไลน์ผลิตให้ได้มาตรฐาน หรือมองหา โต๊ะ ชั้นวาง และอุปกรณ์สแตนเลสแบบ Hygienic Design สามารถติดต่อเรา เพื่อขอคำปรึกษาและออกแบบโซลูชันเฉพาะสำหรับโรงงานของคุณได้ฟรี
เอกสารอ้างอิง
1.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2563 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร
2.European Hygienic Engineering and Design Group (EHEDG), HYGIENIC DESIGN PRINCIPLES, Third Edition, March 2018 [https://www.ehedg.org/guidelines-working-groups/guidelines/guidelines/detail/guidelines/guidelines/detail/hygienic-design-principles]
Related Post
-
อายุการเก็บไม่ได้ขึ้นกับสูตรเพียงอย่างเดียว: บทบาทของความสะอาดต่อสารสำคัญในกระบวนการผลิต
ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะ อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) อาหารเสริม (Dietary Supplement) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Healthcare) ไปจนถึงยาและเภสัชกรรม (Pharmaceutical) การดูแล ความสะอาด (Hygiene) ในพื้นที่ผลิตไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็น ปัจจัยทางเทคโนโลยี ที่ส่งผลโดยตรงต่อ เสถียรภาพ (Stability) และ ประสิทธิภาพ (Efficacy) ของ สารสำคัญ ในผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี สารอาหาร สารฟังก์ชัน หรือสารออกฤทธิ์ ซึ่ง ไม่ทนความร้อน ไม่ทนความชื้น และไวต่อการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สภาพแวดล้อมการผลิตจึงมีผลต่ออายุการเก็บ (Shelf Life) มากกว่าที่หลายคนคาดคิด
-
อัพเดทข่าวอาหารปลอดภัยในปี 2568
อาหารปลอดภัยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราไม่ควรมองข้าม และในปี 2568 ก็ยังคงมีเหตุการณ์สำคัญและการเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ บทความนี้จึงรวบรวมข่าวเด่นตลอดปี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผน และให้ผู้บริโภคได้ตระหนักและเลือกบริโภคอาหารอย่างปลอดภัยมากขึ้น
-
อัพเดทมาตรฐานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารในปี 2568
ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมอาหารต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรฐานและกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความสำคัญต่อทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า-ส่งออก ไปจนถึงผู้บริโภค บทความนี้จึงรวบรวม ไฮไลต์การปรับปรุงมาตรฐานอาหารที่สำคัญในปี 2568 เพื่อช่วยให้ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมสามารถติดตามทิศทางกฎระเบียบ และเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
-
5 เชื้อราที่พบบ่อย และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหาร
ประเทศไทยมีภูมิอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี (อุณหภูมิเฉลี่ย 25–35°C และความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 70%) ซึ่งเป็น สภาพแวดล้อมที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ โดยเฉพาะเชื้อรา จึงพบการปนเปื้อนของเชื้อราได้บ่อยครั้ง ทั้งในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น มุมอาคาร ระบบระบายอากาศไม่ดี และพื้นผิวที่สะสมความชื้น
-
Clean Label คืออะไร? ทำไมผู้บริโภคยุคใหม่ถึงใส่ใจฉลากอาหารมากขึ้น
ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จุดเริ่มต้นสำคัญมักเริ่มที่ "อาหาร" ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการลดการบริโภคอาหารแปรรูป (Processed Food) การเลือกอาหารที่มีฟังก์ชันเสริมสุขภาพ หรือการตรวจสอบ "ฉลากอาหาร" อย่างละเอียดก่อนซื้อ ความต้องการความโปร่งใส ความเข้าใจง่ายของรายชื่อวัตถุดิบ และการหลีกเลี่ยงสารเคมีเจือปน กลายเป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไป
-
ความสูญเปล่า 7 แบบในอุตสาหกรรมอาหาร (ตอนที่ 2)
หลังจากที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ 3 ความสูญเปล่าแรกจาก Lean Manufacturing ในตอนที่ 1 แล้ว ตอนนี้ถึงเวลามาทำความรู้จักกับความสูญเปล่าอีก 4 แบบ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของคุณ! มาดูกันว่าแต่ละข้อมีผลอย่างไรในอุตสาหกรรมอาหาร และเราจะปรับปรุงได้อย่างไรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน


