ITO Thailand Hygiene Blog

Jan 22 2026

อัพเดทข่าวอาหารปลอดภัยในปี 2568

            อาหารปลอดภัยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราไม่ควรมองข้าม และในปี 2568 ก็ยังคงมีเหตุการณ์สำคัญและการเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ บทความนี้จึงรวบรวมข่าวเด่นตลอดปี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผน และให้ผู้บริโภคได้ตระหนักและเลือกบริโภคอาหารอย่างปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวในประเทศ

            •คุมเข้มสารพิษตกค้าง (Pesticide Residues): เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศฉบับใหม่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของสินค้าเกษตร โดยมีการปรับปรุงทั้งรายการและค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Limits: MRLs) ให้เข้มงวดมากขึ้น และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ Codex Alimentarius รวมถึงแนวทางของอาเซียน
การปรับปรุงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้บริโภค พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าเกษตรไทย ทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก [1]

            •คุมเข้มบรรจุภัณฑ์กระดาษสัมผัสอาหาร: สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมบังคับใช้มาตรฐานด้านความปลอดภัยสำหรับกระดาษที่ใช้สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น จานกระดาษ กล่องอาหาร และกระดาษรองหม้อทอดไร้น้ำมัน โดยให้ความสำคัญกับการควบคุมการปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม และโครเมียม รวมถึงการจำกัดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต เช่น สารฟอกนวลและสารต้านจุลินทรีย์ ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์กระดาษที่นำมาใช้กับการปรุงอาหารด้วยความร้อน ยังต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่อุณหภูมิสูงสุดถึง 175 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจว่าสารจากบรรจุภัณฑ์จะไม่ถ่ายเทเข้าสู่อาหาร [2]

ข่าวต่างประเทศ

            •การระบาดของโรค Botulism จากอาหารทารกในสหรัฐอเมริกา

            ในเดือนพฤศจิกายน 2568 สหรัฐอเมริกาพบการระบาดของโรค Infant Botulism ซึ่งเชื่อมโยงกับการปนเปื้อนเชื้อ Clostridium botulinum ในผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับทารก ส่งผลให้มีทารกป่วยมากกว่า 51 ราย แม้จะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต [3]  แต่กรณีนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่ต้องให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเกิดในกลุ่มผู้บริโภคที่เปราะบางสูง
            เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การเรียกคืนผลิตภัณฑ์ในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างรุนแรง ทั้งนี้ บริษัทผู้ผลิตเคยได้รับจดหมายเตือนจาก FDA ตั้งแต่ปี 2023 [4] เกี่ยวกับปัญหาด้านสุขอนามัยและการควบคุมคุณภาพภายในโรงงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการสุขาภิบาลและการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางการผลิต

            •ภาพรวมการเรียกคืนอาหารในสหรัฐอเมริกา

            ตลอดปี 2568 การเรียกคืนอาหารในสหรัฐอเมริกายังคงมีสาเหตุหลักจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค โดย Listeria monocytogenes เป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด รองลงมาคือ Salmonella และ E. coli
ในด้านสารเคมี มีประเด็นใหม่ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือการพบการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี Cesium-137 ในอาหารบางประเภท ซึ่งนำไปสู่การใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ การเรียกคืนจากกรณีไม่แจ้งสารก่อภูมิแพ้ (undeclared allergens) ยังคงพบมากกว่าร้อยรายการตลอดทั้งปี [5]

            สำหรับการปนเปื้อน Cesium-137 มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย [6] โดยตรวจพบการปนเปื้อนในโรงงานมากถึง 22 แห่ง เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารในระดับภูมิภาค และทำให้หลายประเทศต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบอาหารนำเข้าให้มากขึ้น

            •การระบาดโรคอาหารเป็นพิษในอินเดีย

            อินเดียรายงานการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของปี 2568 เมื่อมีประชาชนกว่า 200 คนล้มป่วยหลังบริโภคอาหารที่ทำจากแป้งบักวีต (Buckwheat flour) แม้จะไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่เหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากวัตถุดิบพื้นฐาน หากขาดการควบคุมคุณภาพและสุขอนามัยที่เหมาะสม [7]

            •ภาพรวมสหราชอาณาจักรและยุโรป

            รายงานจากสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรประบุว่า ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 (Q2) การเรียกคืนอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยสารปนเปื้อนที่พบมากที่สุดคือ Aflatoxin ซึ่งเชื่อมโยงกับการเรียกคืนถึง 132 กรณี รองลงมาคือการปนเปื้อนเชื้อ Salmonella และกรณีที่พบสารบางชนิดเกินค่ามาตรฐาน เช่น ตะกั่ว ปรอท ไนเตรต และ ragweed [8]

            ในด้านการระบาด (Outbreak) พบการระบาดของ Salmonella ในสหราชอาณาจักรที่มีผู้ป่วยมากกว่า 120 ราย ซึ่งคาดว่าเชื่อมโยงกับไข่นำเข้า [9] นอกจากนี้ หน่วยงาน UKHSA ยังได้เผยแพร่รายงานการสอบสวนการระบาดของเชื้อ STEC O145 ซึ่งถือเป็นการระบาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร โดยมีผู้ป่วยทั้งหมด 293 ราย มี 11 รายเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง (HUS) และมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงปีที่แล้ว และมีการสอบสวนต่อเนื่อง จนสรุปผลและเผยแพร่รายงานในช่วงปีที่ผ่านมา โดยรายงานว่าการระบาดครั้งใหญ่นี้ อาจเกิดมาจากการปนเปื้อนผักกาดสำหรับทำแซนด์วิช [10]

            ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารยังคงเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อาหาร ทั้งการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ สารเคมี และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

            การติดตามข่าวสาร การปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการยกระดับการจัดการสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

            บริษัท อิโตะ (ไทยแลนด์) จำกัด ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารปลอดภัยของประเทศไทย

Related Post