ITO Thailand Hygiene Blog
Clean Label คืออะไร? ทำไมผู้บริโภคยุคใหม่ถึงใส่ใจฉลากอาหารมากขึ้น
ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จุดเริ่มต้นสำคัญมักเริ่มที่ “อาหาร” ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการลดการบริโภคอาหารแปรรูป (Processed Food) การเลือกอาหารที่มีฟังก์ชันเสริมสุขภาพ หรือการตรวจสอบ “ฉลากอาหาร” อย่างละเอียดก่อนซื้อ ความต้องการความโปร่งใส ความเข้าใจง่ายของรายชื่อวัตถุดิบ และการหลีกเลี่ยงสารเคมีเจือปน กลายเป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไป
โดยเฉพาะเมื่อโลกโซเชียลมีบทบาทในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องสุขภาพและโภชนาการอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับสารในอาหาร อันตรายจากวัตถุเจือปน หรือแม้แต่การแชร์ประสบการณ์การแพ้อาหารผ่านโพสต์หรือคอมเมนต์ได้อย่างง่ายดาย สิ่งเหล่านี้จึงเป็นแรงผลักดันให้เกิดแนวโน้ม Clean Label หรือ “ฉลากสะอาด” ที่เน้นความโปร่งใส ความเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
นิยามของ clean label food
นิยามของ “คลีนลาเบล” (Clean Label) ในบริบทของอุตสาหกรรมอาหารนั้นยังคงเป็นประเด็นที่มีความหลากหลายและไม่มีข้อสรุปที่ตายตัว [1] จากมุมมองของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ อาจมองว่าอาหารคลีนคือผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากการเติมแต่งสารปรุงแต่งสังเคราะห์ (artificial additives/ ingredients) ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น รส หรือสารกันเสีย รวมถึงการมีรายการส่วนประกอบที่สั้นกระชับ (shorter list of ingredient) และการเลือกใช้ส่วนผสมที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถจดจำและเข้าใจได้โดยง่าย หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อสารเคมีเฉพาะเจาะจงที่ซับซ้อน หรือรหัสตัวเลขที่ยากต่อความเข้าใจ เช่น E-number โดยเปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบที่มีชื่อเข้าใจง่ายและใกล้ตัว เช่น ใช้คำว่า “vinegar” แทน “acetic acid” เป็นต้น
ในทางตรงกันข้าม มุมมองของผู้บริโภคมักจะให้ความสำคัญกับลักษณะของอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปให้น้อยที่สุด (minimally processed) มีที่มาจากธรรมชาติ (natural) ปลอดภัยต่อการบริโภค (safe) และส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม (healthy) ความแตกต่างในมุมมองนี้เองที่ก่อให้เกิดความน่าสนใจและความท้าทายในการสื่อสารและการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในตลาดอาหารปัจจุบัน ผู้บริโภคจำนวนมากมองหาอาหารที่ไม่เพียงแต่ปราศจากสารเคมีสังเคราะห์ แต่ยังรวมถึงอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการผลิตมากจนเกินไป หรือมีการเติมแต่งที่ไม่จำเป็น
การปรับตัวของอุตสาหกรรมอาหาร
กระแสคลีนลาเบลไม่ได้ส่งผลต่อผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่อุตสาหกรรมอาหารเองก็ต้องมีการปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารที่เสื่อมเสียง่าย เช่น เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม หรืออาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งเดิมอาศัยสารเคมีเจือปนเพื่อถนอมอายุการเก็บรักษา ก็มีการผลิตสารยืดอายุที่ตอบโจทย์คลีนลาเบลมากยิ่งขึ้นตามความต้องการของตลาด
เช่น:
•แทนที่ sodium nitrite, lactate, และ diacetate ด้วยสารสกัดธรรมชาติ เช่น สารหมักจากเซเลอรี่, น้ำตาล, และน้ำส้มสายชู ที่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ในระดับที่ใกล้เคียงกัน [1]
•การใช้ผลิตภัณฑ์จากการหมักน้ำตาลข้าวโพดและน้ำส้มสายชู เพื่อยับยั้งเชื้อ Listeria ในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ [1]
การปรับสูตรเหล่านี้อาจมีต้นทุนสูงขึ้น และต้องผ่านกระบวนการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพอย่างเข้มงวด แต่ก็ช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น
ในบทความถัดไป เราจะพาคุณไปรู้จักกับวิธีทางเลือกใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อนำมาใช้แทนสารเคมีสังเคราะห์ในการยืดอายุอาหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการตอบโจทย์คลีนลาเบล ติดตามได้เร็ว ๆ นี้
References
1.Choi, D., Bedale, W., Chetty, S., & Yu, J. H. (2024). Comprehensive review of clean‐label antimicrobials used in dairy products.Comprehensive reviews in food science and food safety, 23(1), e13263.
Related Post
-
อายุการเก็บไม่ได้ขึ้นกับสูตรเพียงอย่างเดียว: บทบาทของความสะอาดต่อสารสำคัญในกระบวนการผลิต
ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะ อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) อาหารเสริม (Dietary Supplement) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Healthcare) ไปจนถึงยาและเภสัชกรรม (Pharmaceutical) การดูแล ความสะอาด (Hygiene) ในพื้นที่ผลิตไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็น ปัจจัยทางเทคโนโลยี ที่ส่งผลโดยตรงต่อ เสถียรภาพ (Stability) และ ประสิทธิภาพ (Efficacy) ของ สารสำคัญ ในผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี สารอาหาร สารฟังก์ชัน หรือสารออกฤทธิ์ ซึ่ง ไม่ทนความร้อน ไม่ทนความชื้น และไวต่อการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สภาพแวดล้อมการผลิตจึงมีผลต่ออายุการเก็บ (Shelf Life) มากกว่าที่หลายคนคาดคิด
-
อัพเดทข่าวอาหารปลอดภัยในปี 2568
อาหารปลอดภัยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราไม่ควรมองข้าม และในปี 2568 ก็ยังคงมีเหตุการณ์สำคัญและการเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ บทความนี้จึงรวบรวมข่าวเด่นตลอดปี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผน และให้ผู้บริโภคได้ตระหนักและเลือกบริโภคอาหารอย่างปลอดภัยมากขึ้น
-
อัพเดทมาตรฐานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารในปี 2568
ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมอาหารต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรฐานและกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความสำคัญต่อทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า-ส่งออก ไปจนถึงผู้บริโภค บทความนี้จึงรวบรวม ไฮไลต์การปรับปรุงมาตรฐานอาหารที่สำคัญในปี 2568 เพื่อช่วยให้ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมสามารถติดตามทิศทางกฎระเบียบ และเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
-
5 เชื้อราที่พบบ่อย และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหาร
ประเทศไทยมีภูมิอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี (อุณหภูมิเฉลี่ย 25–35°C และความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 70%) ซึ่งเป็น สภาพแวดล้อมที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ โดยเฉพาะเชื้อรา จึงพบการปนเปื้อนของเชื้อราได้บ่อยครั้ง ทั้งในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น มุมอาคาร ระบบระบายอากาศไม่ดี และพื้นผิวที่สะสมความชื้น
-
ความสูญเปล่า 7 แบบในอุตสาหกรรมอาหาร (ตอนที่ 2)
หลังจากที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ 3 ความสูญเปล่าแรกจาก Lean Manufacturing ในตอนที่ 1 แล้ว ตอนนี้ถึงเวลามาทำความรู้จักกับความสูญเปล่าอีก 4 แบบ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของคุณ! มาดูกันว่าแต่ละข้อมีผลอย่างไรในอุตสาหกรรมอาหาร และเราจะปรับปรุงได้อย่างไรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน
-
ความสูญเปล่า 7 แบบในอุตสาหกรรมอาหาร (ตอนที่ 1)
ทำความรู้จักกับ Lean Manufacturing และวิธีลด ความสูญเปล่า (Waste) ในกระบวนการผลิตอาหาร! รู้หรือไม่ว่าการลดความสูญเปล่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ? ในคอนเท้นต์นี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับความสูญเปล่า 3 แบบแรกจาก Lean Manufacturing พร้อมตัวอย่างในอุตสาหกรรมอาหารที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง คลิกอ่านเลย เพื่อเรียนรู้วิธีการปรับปรุงกระบวนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในธุรกิจของคุณ!


