ITO Thailand Hygiene Blog
ไนโตรเจนเหลวในอุตสาหกรรมอาหาร
อาจจะเคยได้ยินว่าไนโตรเจนเหลวทำให้อาหารเย็นจนแข็งตัวได้อย่างรวดเร็วใช่หรือไม่? แล้วมันมีข้อดียังไง มีประโยชน์อย่างไรบ้าง? มาทำความรู้จักไนโตรเจนเหลวในอุตสาหกรรมอาหารไปกับอิโตะ (ไทยแลนด์) กันเถอะ
ไนโตรเจนเหลวคืออะไร?
ไนโตรเจน คือแก๊สที่ปกติมีอยู่ในอากาศทั่วไปสูงถึงประมาณ 78% เมื่อเทียบกับไอน้ำที่จะควบแน่นเป็นของเหลวที่อุณหภูมิต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียสแล้วนั้น แก๊สไนโตรเจนจะเปลี่ยนเป็นของเหลวที่อุณหภูมิต่ำมาก ๆ ประมาณ -195.8 องศาเซลเซียส ดังนั้นแสดงว่า ไนโตรเจนที่อยู่ในรูปของเหลว จะต้องมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือด นอกจากนี้ ในการเปลี่ยนแปลงสถานะจากของเหลวกลับไปเป็นแก๊สไนโตรเจน ยังมีการดูดความร้อนเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะอีกด้วย (Latent Heat of vaporization ของไนโตรเจน เท่ากับ 198.3 kJ/kg) ทำให้เมื่อวัตถุอื่น ๆ สัมผัสกับไนโตรเจนเหลวที่มีอุณหภูมิเย็นระดับติดลบมาก ๆ และถูกดูดความร้อนไปเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สไนโตรเจนด้วย วัตถุนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ทำให้วัตถุถูกแช่แข็งได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง
จุดเด่นและข้อควรระวัง
ข้อดีของไนโตรเจนเหลวคือสามารถลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าทำให้ใช้เวลาในกระบวนการแช่แข็งน้อย แต่จุดสำคัญที่ตามมาคือ เมื่อวัตถุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สิ่งมีชีวิตหรือโครงสร้างน้ำในอาหาร เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว จะทำให้ผลึกน้ำแข็งที่เกิดขึ้นมีจำนวนมากและมีขนาดเล็ก ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือทำลายเซลล์ได้น้อยกว่าผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ ที่อาจทิ่มแทงเซลล์หรือโครงสร้างต่าง ๆ ให้ฉีกขาดหรือผิดรูปได้ ดังที่จะสังเกตได้ว่า อาหารแช่แข็งจากโรงงานอุตสาหกรรม มักสามารถทำละลายออกมาได้คุณภาพดีกว่าการทำละลายอาหารแช่แข็งจากตู้แช่แข็งระดับครัวเรือน รวมถึงสามารถรักษาคุณภาพของเซลล์สิ่งมีชีวิตให้อยู่ในสภาพที่ดีได้อีกด้วย
สำหรับข้อควรระวังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ปฏิบัติงาน ที่สัมผัสกับไนโตรเจนเหลว อาจเกิดปัญหาสุขภาพอย่างเฉียบพลันได้ด้วยอาการภาวะผิวหนังถูกทำลายจากความเย็นจัด (frostbite) หรือภาวะตัวเย็น (hypothermia) หากไม่ได้มีความระมัดระวังหรือสวมอุปกรณ์ป้องกันที่ถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ พื้นที่ปฏิบัติงานยังต้องมีการคำนึงถึงการหมุนเวียนอากาศที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับปริมาตรของแก๊สไนโตรเจนที่เปลี่ยนสถานะเป็นไอ รวมถึงสภาวะขาดออกซิเจนเนื่องจากความหนาแน่นของแก๊สไนโตรเจนด้วย ในส่วนของอาหารนั้น ในกรณีที่แช่แข็งอาหารที่มีลักษณะเหลวหรือข้นหนืดที่รับประทานทันที เช่น ไอศกรีม ต้องมีความระมัดระวังเนื่องจากอาจหลงเหลือฟองแก๊สในโตรเจนของอาหารที่มีอุณหภูมิต่ำอาจเป็นอันตรายกับช่องปากได้ รวมไปถึง อาหารแช่แข็งด้วยไนโตรเจน สามารถหยุดการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ได้ แต่เมื่ออาหารนั้นมีการทำละลายก็มีโอกาสที่จุลินทรีย์จะเติบโตอีกครั้ง
ตัวอย่างการใช้งานไนโตรเจนเหลวในอุตสาหกรรมอาหาร
•การปศุสัตว์และการผลิตวัตถุดิบ เช่น การเก็บรักษาน้ำเชื้อและไข่ของสัตว์พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ สำหรับการปรับปรุงพันธุ์สัตว์หรือการผสมเทียม ยาและวัคซีนสำหรับสัตว์ เป็นต้น
•กระบวนการผลิตอาหารแช่แข็ง เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านคุณภาพของอาหาร เนื่องจากเมื่อน้ำในอาหารเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง ปฏิกิริยาทางเคมีและเอนไซม์ในอาหารจะเกิดได้ช้าลงมาก ทำให้สามารถรักษาความสดใหม่ของอาหารไว้ได้ดี
•กระบวนการเก็บรักษาสารฟังก์ชันที่ไวต่ออุณหภูมิ ด้วยการเอนแคปซูเลชันด้วยกระบวนการฟรีสดราย, กระบวนการ spray cooling เช่น จุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ สารสกัดจากจุลินทรีย์ สารสกัดจากพืช เป็นต้น
•กระบวนการทำแห้งแบบฟรีสดราย มักนิยมลดอุณหภูมิของวัตถุด้วยไนโตรเจนเหลวก่อนนำไประเหิดน้ำที่ความดันต่ำกว่าบรรยากาศ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถยังคงคุณภาพที่ดี
•ในกลุ่มงานคหกรรม เช่น การทำไอศกรีมจากไนโตรเจนเหลว หรืองานกลุ่มอาหารโมเลกุล (Molecular Gastronomy)
•งานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มักใช้เพื่อต้องการเก็บตัวอย่างอาหาร วัตถุ เชื้อจุลินทรีย์ หรือสารเคมีเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด ก่อนการตรวจวิเคราะห์ต่อไป
นวัตกรรมการผลิตไนโตรเจนเหลว
โดยทั่วไปในอุตสาหกรรมอาหาร มักใช้การสั่งซื้อไนโตรเจนเหลวจากบริษัทผลิตโดยเฉพาะ ซึ่งอาจประสบปัญหาด้านการจัดการสต็อกปริมาณไนโตรเจน ความเสี่ยงในการขนส่งบรรจุภัณฑ์ทนแรงดัน รวมไปถึงปัญหาคาร์บอนฟุตพรินท์ในการขนส่งไนโตรเจนเหลวที่สิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิง
บริษัท อิโตะ (ไทยแลนด์) ขอนำเสนอนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่นในการผลิตไนโตรเจนเหลวสำหรับภาคอุตสาหกรรมและงานวิจัย ทำให้องค์กรของท่านสามารถผลิตไนโตรเจนเหลวได้อย่างสม่ำเสมอและลดความเสี่ยงและความผิดพลาดจากการขนส่ง โดยสามารถผลิตไนโตรเจนได้ที่ความบริสุทธิ์ 99% ด้วยพลังงานไฟฟ้า หากท่านมีความสนใจในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว สามารถติดต่อเรา เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันที
Related Post
-
ยกระดับจุดโหลดสินค้าในคลังด้วย Telescopic Conveyor
Telescopic Conveyor ช่วยให้การโหลดสินค้าเข้ารถบรรทุกรวดเร็ว ปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อสินค้าและพนักงาน พร้อมรองรับระบบอัตโนมัติในอนาคต
-
จุดโหลดสินค้า (Loading dock): หนึ่งใน Critical Point ที่มักถูกมองข้าม
ในบล็อกที่แล้ว เราได้กล่าวถึงระบบการจัดการคลังสินค้าอัจฉริยะ รวมถึงโซลูชันต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยให้คลังสินค้ามีความเป็นระเบียบและจัดการง่ายขึ้น เช่น Mobile Rack, AGV, AMR รวมไปถึงระบบ WMS (Warehouse Management System) อย่างไรก็ตาม หลังจากกระบวนการจัดการและเบิกจ่ายสินค้าไปเพื่อขนส่งแล้ว “จุดโหลดสินค้า (Loading Dock)” ก็ถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีผลโดยตรงต่อ ความรวดเร็ว ความปลอดภัย และคุณภาพสินค้า ที่จะส่งถึงมือลูกค้า และมักเป็นจุดที่พบปัญหาได้บ่อย และรวมถึงการรับวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานด้วยเช่นกัน
-
Preventive Hygiene แนวทางควบคุมการปนเปื้อนเพื่อรักษาเสถียรภาพของสารสำคัญ
Preventive Hygiene แนวทางควบคุมการปนเปื้อนเพื่อรักษาเสถียรภาพของสารสำคัญ จากบทความก่อนหน้านี้ เราได้ทราบถึงผลของสิ่งแวดล้อม ต่อความเสถียรของสารสำคัญ ทั้ง สารอาหาร สารฟังก์ชัน และสารออกฤทธิ์ โดยเราไม่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงด้วยตา แต่ส่งผลโดยตรงต่อ ประสิทธิภาพด้านสุขภาพ ความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ และอายุการเก็บของผลิตภัณฑ์
-
ยกระดับการจัดการคลังสินค้าด้วยระบบอัตโนมัติและ Mobile Rack
การจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) คือหัวใจสำคัญเบื้องหลังธุรกิจที่มีการผลิตและกระจายสินค้าทุกประเภท การจัดการที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังลดความผิดพลาด ลดความเสียหาย และทำให้สามารถส่งมอบสินค้าได้ตรงเวลา ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ในยุคที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและความแม่นยำ การพัฒนาคลังสินค้าให้เป็น คลังสินค้าอัตโนมัติ (Smart Warehouse) จึงมีความจำเป็นมากขึ้น
-
ความสำคัญของ 5ส และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
แนวคิด 5ส (5S) เป็นพื้นฐานของการจัดการด้านความสะอาดและสุขอนามัยที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการมาตรฐานสูง เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จุดเด่นของแนวคิดนี้คือ เข้าใจง่าย อบรมได้รวดเร็ว และสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานได้เป็นอย่างดี ทำให้แนวคิดนี้เป็นที่นิยมใช้อย่างมาก
-
โซนสุขอนามัย (Hygiene Zone) ในโรงงาน คืออะไร?
การควบคุมคุณภาพในโรงงาน เริ่มต้นตั้งแต่ ‘โซนทางเข้า’ Hygiene Zone หรือโซนสุขอนามัย เป็นจุดแรกที่พนักงานทุกคนต้องผ่านก่อนเข้าสู่ไลน์ผลิต และเป็นหนึ่งในจุดวิกฤตที่ระบบ HACCP ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง


