ITO Thailand Hygiene Blog
Food Defense การป้องกันการก่อการร้ายทางอาหาร
โดยปกติแล้วการป้องกันอันตรายทางอาหาร มักมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยในอาหารในแง่การป้องกันการปนเปื้อนโดย “ไม่ตั้งใจ” เช่น การปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในกระบวนการผลิตจากการปนเปื้อนข้ามระหว่างวัตถุดิบและอาหารสุก การปนเปื้อนเส้นผมของพนักงานลงในอาหาร การปนเปื้อนโลหะหนักในน้ำ อุบัติเหตุการปนเปื้อนเศษโลหะลงในผลิตภัณฑ์ เป็นต้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมี “ความเสี่ยง” อีกทางหนึ่งที่มักไม่ได้รับการคำนึงถึง คือ การปนเปื้อนโดย “ตั้งใจ” เพื่อหวังผลในการทำอันตรายจากบุคคลที่ประสงค์ร้ายต่อชื่อเสียงของบริษัท หรืออาจจะหวังผลกระทบต่อสังคม ทั้ง สุขภาพของผู้บริโภค เศรษฐกิจ และการเมือง สิ่งนี้เราเรียกว่า “การก่อการร้ายทางอาหาร” ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการในการประเมินความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นด้วย เรียกว่า การป้องกันการก่อการร้ายทางอาหาร (Food defense) นั่นเอง
ใครสามารถเป็นผู้ก่อการร้ายทางอาหารได้บ้าง?
ผู้ที่จงใจให้เกิดอันตรายหรือการปนเปื้อนนี้ อาจเป็นผู้เสียผลประโยชน์จากการทำธุรกิจ เช่น พนักงานที่ถูกไล่ออกหรือไม่พอใจบริษัท บริษัทคู่สัญญา บริษัทของคู่แข่ง หรืออาจเป็นผู้มีเจตนาร้ายต่อสังคม การสร้างสถานการณ์ทางการเมือง ต้องการให้มีผู้ป่วยหรือเสียชีวิตจำนวนมาก หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่ใช้อาหารเป็นเครื่องมือนั่นเอง ซึ่งอาจมาในรูปแบบการแฝงตัวเป็นพนักงาน ผู้เยี่ยมชมโรงงาน พนักงานขนส่งสินค้า หรือพัสดุต้องสงสัย เป็นต้น ดังนั้นในการป้องกัน จึงต้องมีการพิจารณาความเสี่ยงการก่อการร้ายทางอาหารจากทั้งในระดับองค์กรระดับประเทศ และระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีการส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก จึงเป็นช่องทางในการกระจายความเสียหายให้ลุกลามใหญ่โตได้ ดังนั้น ในประเทศที่มีการพัฒนาแล้วและมีความเสี่ยงต่อการก่อการร้ายสูง เช่น สหรัฐอเมริกา จึงให้ความสำคัญต่อการป้องกันการก่อการร้ายทางอาหารและพัฒนาระบบขึ้นมาเพื่อป้องกันภัยคุกคามดังกล่าว โดยมีผลครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานของอาหาร และทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
ความสำคัญของระบบป้องกันการก่อการร้ายทางอาหาร
ในปัจจุบัน (ปี 2021) ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้เรื่องการป้องกันการร้ายทางอาหาร มีเพียงการนำข้อบังคับของต่างประเทศมาใช้โดยความสมัครใจเท่านั้น โดยแนวทางจะมาจากการป้องกันการก่อการร้ายทางอาหารขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) เป็นหลัก โดยเรื่องการป้องกันการก่อการร้ายทางอาหารนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานอาหารในระดับสากล เช่น BRCGS, IFS, FSSC 22000 เป็นต้น ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการทำมาตรฐานเหล่านี้หรือส่งออกไปยังประเทศปลายทางที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการก่อการร้ายทางอาหาร จำเป็นต้องพัฒนาระบบขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว ดังนั้น นอกจากจะป้องกันการเสียชื่อเสียงหรือการสูญเงินของบริษัทจากการก่อการร้ายในผลิตภัณฑ์แล้ว การจัดทำระบบป้องกันยังช่วยเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้า เพิ่มความเชื่อมั่น เพิ่มชื่อเสียงที่ดี และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งเสริมให้สังคมมีอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืนขึ้นอีกด้วย
ระบบการป้องกันการก่อการร้ายทางอาหาร
หัวใจหลักของการป้องกันการก่อการร้ายทางอาหารคือ การหาจุดอ่อนที่เสี่ยงต่อการถูกคุกคามโดย “มนุษย์” และจัดตั้งมาตรการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของโครงสร้างอาคาร ตัวบุคคล และขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้ทั้งระบบมีความปลอดภัย โดยแนวทางการปฏิบัติ โดยมุ่งหวังในการควบคุมตัวบุคคลให้ไม่สามารถกระทำอันตรายได้ ประกอบด้วย
- การจัดทำแผนการปกป้องอาหารในรูปแบบของเอกสาร โดยค้นหาจุดอ่อน กำหนดเกณฑ์ระดับความรุนแรง โอกาส และมาตรการที่จะลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยมีการกำหนดทีมรับผิดชอบ มีการสนับสนุนจากผู้บริหาร และทดสอบมาตรการ ทบทวนเพื่อปรับปรุงมาตรการให้ดีขึ้นสม่ำเสมอ
- การรักษาความปลอดภัยจากภายนอก เช่น การจัดสร้างรั้วรอบขอบชิดและบำรุงรักษารั้ว การตั้งป้ายเตือน การแลกบัตรควบคุมการเข้าออก ตรวจยานพาหนะ ระบบแสงสว่าง เป็นต้น
- การรักษาความปลอดภัยจากภายใน เช่น สัญญาณฉุกเฉิน การปรับปรุงแผนผังและเก็บให้มิดชิด บันทึก เกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ สารเคมี และให้ความสำคัญกับห้องควบคุมระบบสาธารณูปโภค การกำหนดรหัสผ่าน การรักษาความลับด้วยประตูปิดความเร็วสูงในระบบ เป็นต้น
- การรักษาความปลอดภัยในกระบวนการผลิต เช่น การควบคุมคนเข้าพื้นที่ การลำเลียงวัสดุจากภายนอก การตรวจสอบสภาพของบรรจุภัณฑ์ ระบบสอบย้อนกลับ เป็นต้น
- การรักษาความปลอดภัยพื้นที่จัดเก็บ เช่น การทำบันทึกเข้าออก ระบบล็อกบรรจุภัณฑ์ รถจัดเก็บสินค้า ระเบียบดูแลสารเคมี เป็นต้น โดยต้องให้ความสำคัญทั้งการจัดเก็บภายในและภายนอกองค์กร (เช่น โกดังเช่า)
- การรักษาความปลอดภัยในการรับมอบ ส่งมอบ เช่น ระบบล็อกซีลสินค้า การติดป้ายรหัส การตรวจสอบพาหนะ เอกสารในการส่งมอบและสภาพของสินค้าที่ส่งมอบ เป็นต้น
- การรักษาความปลอดภัยระบบน้ำและน้ำแข็ง เช่น การควบคุมการเข้าถึงน้ำ น้ำแข็ง และไอน้ำในโรงงาน การตรวจสอบการลำเลียงน้ำ และจัดหาแหล่งน้ำสำรอง เป็นต้น
- การรักษาความปลอดภัยข้อมูลข่าวสาร เช่น การกำหนดพื้นที่ในการรับส่งจดหมายและพัสดุนอกพื้นที่ผลิตอาหาร สังเกตพัสดุที่น่าสงสัย หรือบุคคลที่มีพิรุธ เป็นต้น
- การรักษาความปลอดภัยด้านบุคลากร เช่น มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรก่อนการจ้างงาน ติดตั้งกล้อง วงจรปิด ระบบยืนยันตัวตนและควบคุมการเข้า-ออก การสุ่มตรวจล็อกเกอร์ และจัดการอบรมให้ความรู้ในการสังเกตและแจ้งเบาะแสความผิดปกติ เป็นต้น
Related Post
-
อายุการเก็บไม่ได้ขึ้นกับสูตรเพียงอย่างเดียว: บทบาทของความสะอาดต่อสารสำคัญในกระบวนการผลิต
ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะ อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) อาหารเสริม (Dietary Supplement) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Healthcare) ไปจนถึงยาและเภสัชกรรม (Pharmaceutical) การดูแล ความสะอาด (Hygiene) ในพื้นที่ผลิตไม่ได้มีความสำคัญเพียงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็น ปัจจัยทางเทคโนโลยี ที่ส่งผลโดยตรงต่อ เสถียรภาพ (Stability) และ ประสิทธิภาพ (Efficacy) ของ สารสำคัญ ในผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี สารอาหาร สารฟังก์ชัน หรือสารออกฤทธิ์ ซึ่ง ไม่ทนความร้อน ไม่ทนความชื้น และไวต่อการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ สภาพแวดล้อมการผลิตจึงมีผลต่ออายุการเก็บ (Shelf Life) มากกว่าที่หลายคนคาดคิด
-
อัพเดทข่าวอาหารปลอดภัยในปี 2568
อาหารปลอดภัยเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราไม่ควรมองข้าม และในปี 2568 ก็ยังคงมีเหตุการณ์สำคัญและการเปลี่ยนแปลงหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ บทความนี้จึงรวบรวมข่าวเด่นตลอดปี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผน และให้ผู้บริโภคได้ตระหนักและเลือกบริโภคอาหารอย่างปลอดภัยมากขึ้น
-
อัพเดทมาตรฐานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารในปี 2568
ปี 2568 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมอาหารต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านมาตรฐานและกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความสำคัญต่อทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า-ส่งออก ไปจนถึงผู้บริโภค บทความนี้จึงรวบรวม ไฮไลต์การปรับปรุงมาตรฐานอาหารที่สำคัญในปี 2568 เพื่อช่วยให้ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมสามารถติดตามทิศทางกฎระเบียบ และเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
-
5 เชื้อราที่พบบ่อย และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหาร
ประเทศไทยมีภูมิอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี (อุณหภูมิเฉลี่ย 25–35°C และความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 70%) ซึ่งเป็น สภาพแวดล้อมที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ โดยเฉพาะเชื้อรา จึงพบการปนเปื้อนของเชื้อราได้บ่อยครั้ง ทั้งในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น มุมอาคาร ระบบระบายอากาศไม่ดี และพื้นผิวที่สะสมความชื้น
-
Clean Label คืออะไร? ทำไมผู้บริโภคยุคใหม่ถึงใส่ใจฉลากอาหารมากขึ้น
ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จุดเริ่มต้นสำคัญมักเริ่มที่ "อาหาร" ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการลดการบริโภคอาหารแปรรูป (Processed Food) การเลือกอาหารที่มีฟังก์ชันเสริมสุขภาพ หรือการตรวจสอบ "ฉลากอาหาร" อย่างละเอียดก่อนซื้อ ความต้องการความโปร่งใส ความเข้าใจง่ายของรายชื่อวัตถุดิบ และการหลีกเลี่ยงสารเคมีเจือปน กลายเป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไป
-
ความสูญเปล่า 7 แบบในอุตสาหกรรมอาหาร (ตอนที่ 2)
หลังจากที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ 3 ความสูญเปล่าแรกจาก Lean Manufacturing ในตอนที่ 1 แล้ว ตอนนี้ถึงเวลามาทำความรู้จักกับความสูญเปล่าอีก 4 แบบ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของคุณ! มาดูกันว่าแต่ละข้อมีผลอย่างไรในอุตสาหกรรมอาหาร และเราจะปรับปรุงได้อย่างไรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน


